Author name: admin

10 คำที่ลูกควรได้ยินทุกวัน มากกว่าคำว่า “เก่งมาก”

life giving phrases

เสริมสร้างความมั่นใจ ความรัก และความเข้าใจให้กับลูก คำพูดของพ่อแม่คือ “เสียงในใจ” ที่ลูกจะเก็บไว้ใช้กับตัวเองตลอดชีวิต การได้ยินคำที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และการยอมรับ จะช่วยให้ลูกเติบโตอย่างมั่นคง ไม่กลัวผิด ไม่กลัวล้ม และกล้าเป็นตัวของตัวเองได้ค่ะ 🧡 10 คำที่ลูกควรได้ยินทุกวัน (มากกว่าคำว่า “เก่งมาก”) “แม่/พ่อรักหนูเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” 👉 สร้างความมั่นคงทางใจ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีข้อแม้ “หนูสำคัญมากสำหรับพ่อ/แม่” 👉 เด็กจะรู้ว่าการมีอยู่ของเขามีค่าในครอบครัวนี้ “วันนี้เป็นยังไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยสิ” 👉 แสดงว่าคุณสนใจชีวิตเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนหรือผลลัพธ์ “ไม่เป็นไร ถ้ายังทำไม่ได้” 👉 เด็กจะไม่กลัวความล้มเหลว และกล้าลองใหม่ “พ่อ/แม่ขอโทษนะ ถ้าทำให้หนูไม่สบายใจ” 👉 แบบอย่างของการยอมรับผิด ทำให้เด็กรู้ว่าทุกคนก็พลาดได้ “หนูคิดยังไงบ้าง?” 👉 เปิดพื้นที่ให้ลูกแสดงความคิดเห็น เด็กจะรู้สึกว่าตัวเองมีเสียง “ขอบคุณที่ช่วยแม่/พ่อเมื่อกี้” 👉 เด็กจะรู้ว่าเขาสามารถ “ให้” ได้ ไม่ใช่แค่รับอย่างเดียว “หนูเป็นคนแบบไหน แม่ก็รักนะ” 👉 […]

10 คำที่ลูกควรได้ยินทุกวัน มากกว่าคำว่า “เก่งมาก” Read More »

ลูกไม่ได้เกลียดเรา… เขาแค่ยังไม่รู้จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง

handle with child emotion

5 แนวทางช่วยให้พ่อแม่เข้าใจ และใจเย็นขึ้น เมื่อลูกแสดงพฤติกรรมต่อต้าน เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมต่อต้าน พ่อแม่อาจรู้สึกเครียดและไม่เข้าใจ การรับมืออย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้นำเสนอ 5 แนวทางที่จะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจพฤติกรรมของลูกมากขึ้น พร้อมเรียนรู้วิธีควบคุมอารมณ์ตัวเอง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแก้ไขปัญหาอย่างมีสติและเข้าใจลูกมากยิ่งขึ้น เข้าใจว่ามันคือ “พัฒนาการ” ไม่ใช่ “นิสัยเสีย” เด็กบางวัย (เช่น 2-3 ขวบ หรือช่วง pre-teen) จะเริ่มค้นหาความเป็นตัวเอง การพูดว่า “ไม่!” หรือแสดงออกแรงๆ คือวิธีของเขาในการบอกว่า “หนูมีความคิดของตัวเองนะ” 🔸 พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องชนะ แค่ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจ อย่าใช้คำว่า “เถียง” กับความพยายามของเขาในการสื่อสาร เมื่อเด็กพูดกลับ ไม่ได้แปลว่าเขาก้าวร้าวเสมอไป บางครั้งเขาแค่อยากอธิบาย แนะนำให้พูดว่า “แม่ฟังนะ แต่ลองพูดแบบที่ไม่ใช้อารมณ์ดูอีกทีได้ไหมจ้ะ?” 🔸 เด็กจะเรียนรู้ว่าสื่อสารได้ โดยไม่ต้องใช้การตะโกนหรือปิดประตูปัง ใจเย็น…เพราะเราเป็นแบบอย่างเรื่อง “การจัดการอารมณ์” เด็กเรียนรู้วิธีจัดการอารมณ์จากพ่อแม่เป็นหลัก ถ้าเราเสียงดังใส่ เขาจะจำว่านี่คือวิธีจัดการเวลาโกรธ 🔸 แต่ถ้าเราใจเย็น เขาจะเริ่มฝึกใจเย็นตาม ตั้งกฎชัด แต่ไม่ต้องตะโกน ไม่ใช่ปล่อยตามใจ แต่ให้

ลูกไม่ได้เกลียดเรา… เขาแค่ยังไม่รู้จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง Read More »

TCH ชวนเที่ยว นิทรรศการโดราเอมอน!

Doraemon exhibition

100% DORAEMON & FRIENDS TOUR IN THAILAND วันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่รู้จะพาครอบครัวไปเที่ยวไหนดี ลองพามาชม นิทรรศการ 100% DORAEMON & FRIENDS TOUR IN THAILAND ฉลองครบรอบ 90 ปีกับโปรเจกต์เวิล์ดทัวร์งานโดราเอมอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก!! ขนทัพคอลเลกชันหุ่นโดราเอมอนและเพื่อนๆขนาดเท่าตัวจริงถึง 111 ตัว พร้อมโดราเอมอนยักษ์ที่มีความสูงกว่า 12 เมตร และภาพวาดต้นฉบับที่จำลองมาจากการใช้แปรงของ ฟุจิโกะ เอฟ ฟุจิโอะ มาจัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้ – 22 มิ.ย. ณ ไอคอนสยาม ตั้งแต่เวลา 10:30 – 21:00 ใครสนใจเข้าร่วมงาน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ticket.eventpass.co/t/doraemon-100-th สนใจเรียนวิชาการ ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 061-9542244 หรือ 089-6792835 Line : @thailandcoursehub 

TCH ชวนเที่ยว นิทรรศการโดราเอมอน! Read More »

ดูแลลูกๆ “หลังสงกรานต์” อย่างไรได้บ้าง?

post songkran festival

หมดเทศกาล กลับมาปรับใช้ชีวิตปกติ หลังสงกรานต์เป็นช่วงที่หลายครอบครัวเริ่มกลับเข้าสู่ชีวิตประจำวัน ทั้งผู้ใหญ่ที่ต้องกลับไปทำงาน และเด็กๆ ที่อาจใกล้เปิดเทอมหรืออยู่ในช่วงปิดเทอม หากคุณต้องดูแลลูกๆ ช่วงนี้ นี่คือไอเดียและคำแนะนำที่อาจช่วยให้การดูแลราบรื่นขึ้น 💡 แนวทางดูแลลูกๆ หลังสงกรานต์ ปรับเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้เหมาะสม หลังจากหยุดยาว เด็กๆ มักจะมีเวลานอนและตื่นที่เปลี่ยนไป ค่อยๆ ปรับเวลากลับเข้าสู่ปกติล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ก่อนเปิดเทอม ใช้กิจกรรมเบาๆ ช่วงเย็น เช่น อ่านนิทาน วาดรูป เพื่อช่วยให้สงบก่อนนอน  เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม ตรวจสอบอุปกรณ์การเรียน หนังสือ ชุดนักเรียน ชวนลูกคุยเกี่ยวกับการเปิดเทอม เช่น การเจอเพื่อน การเรียนสนุกๆ หากลูกมีความกังวล ลองฟังและให้กำลังใจแทนการตำหนิ  จัดกิจกรรมเสริมพัฒนาการ กิจกรรมศิลปะ งานประดิษฐ์ เล่นเกมเสริมทักษะ หรือช่วยทำอาหารเล็กๆ น้อยๆ ถ้ามีเวลาพาไปเที่ยวใกล้บ้าน เช่น สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ หรือห้องสมุด จำกัดเวลาหน้าจอ หลังหยุดยาว เด็กๆ อาจติดมือถือหรือแท็บเล็ต ค่อยๆ ลดเวลาและแทนที่ด้วยกิจกรรมอื่น ทำตารางกิจกรรมแบบยืดหยุ่น เช่น

ดูแลลูกๆ “หลังสงกรานต์” อย่างไรได้บ้าง? Read More »

แนะนำสถานที่เล่นสงกรานต์ สำหรับเด็กๆ

songkran festival

มาเล่นน้ำดับร้อนกัน สถานที่เล่นสงกรานต์สำหรับเด็กๆ ควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย บรรยากาศสนุกสนาน และเหมาะกับช่วงอายุของเด็ก โดยมีสถานที่ยอดนิยมที่เหมาะสำหรับเด็กๆ ดังนี้ค่ะ 🏞️ สวนสาธารณะและสนามเด็กเล่น เช่น สวนลุมพินี, สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ), สวนหลวง ร.9 มีพื้นที่กว้างขวาง เด็กๆ วิ่งเล่นได้สะดวก บางที่มีโซนเล่นน้ำแบบปลอดภัย ผู้ปกครองดูแลได้ใกล้ชิด 🛝 ศูนย์การค้าและลานกิจกรรม ห้างใหญ่ๆ เช่น Central, Mega Bangna, The Mall, Terminal 21 หลายแห่งจัดงานสงกรานต์เด็กโดยเฉพาะ เช่น โซนสาดน้ำแบบนุ่มนวล เครื่องเล่นน้ำ มีกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ การแสดง และดนตรีสำหรับเด็ก 💦 สวนน้ำสำหรับเด็ก เช่น Fantasia Lagoon (เดอะมอลล์), Pororo Aquapark, Cartoon Network Amazone มีโซนสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย สไลเดอร์น้ำขนาดเล็ก น้ำไม่ลึก 🏘️ ชุมชนหรือหมู่บ้าน

แนะนำสถานที่เล่นสงกรานต์ สำหรับเด็กๆ Read More »

แผ่นดินไหวจบแล้ว…ทำไมยังเวียนหัวอยู่?

post earthquake

รับมือกับอาการหลังแผ่นดินไหว อาการเวียนหัวหลังจากแผ่นดินไหวยุติแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับหลายคน และมีชื่อเรียกทางการว่า “Earthquake sickness” หรือ “post-earthquake dizziness” คล้ายกับอาการเมาเรือ (motion sickness) ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายยังรู้สึกเหมือนเคลื่อนไหว ทั้งที่แผ่นดินหยุดไหวไปแล้ว สาเหตุที่อาจทำให้เวียนหัวหลังแผ่นดินไหว เช่น ระบบประสาทรับความรู้สึกเสียสมดุล – หูชั้นใน (ระบบทรงตัว) ยังคงสับสนจากการเคลื่อนไหวที่ไม่คงที่ ความเครียดหรือความตกใจ – ร่างกายอาจยังหลั่งสารอะดรีนาลีน ทำให้มีอาการเหมือนจะเป็นลม ใจสั่น หรือเวียนหัว หลอนจากประสบการณ์แผ่นดินไหว – สมองยังจำการเคลื่อนไหว และ “รู้สึก” ว่าพื้นยังไหว ทั้งที่มันหยุดไปแล้ว ควรทำยังไงดี? พยายามนั่งหรือนอนพักในที่สงบ หายใจลึกๆ ช้าๆ ดื่มน้ำเปล่า หลีกเลี่ยงกาแฟหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าอยู่ในที่สูงหรือรู้สึกโคลงเคลง ลองมองวัตถุที่นิ่ง เช่น ผนังหรือเสา เพื่อช่วยให้สมองปรับการทรงตัว ถ้าเวียนหัวมาก หรือมีอาการร่วมอื่น เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ ตาพร่า — ควรพบแพทย์ หากอยากบอกเพิ่มเติมว่าเวียนหัวมานานแค่ไหน

แผ่นดินไหวจบแล้ว…ทำไมยังเวียนหัวอยู่? Read More »

สอนวิธีรับมือแผ่นดินไหว ให้เด็กๆ อย่างไรดี

earthquake

การเตรียมตัว จะช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขี้นได้ดี การสอนเด็กให้รับมือกับแผ่นดินไหวควรใช้วิธีที่เข้าใจง่าย สนุก และให้เด็กจดจำได้ดี ลองทำตามวิธีนี้ดูนะ 🔹 1. อธิบายให้เข้าใจว่าแผ่นดินไหวคืออะไร ใช้คำง่ายๆ เช่น “แผ่นดินไหวคือเวลาที่พื้นสั่นเหมือนตอนเราสั่นโต๊ะหรือกระโดดบนเตียง” อาจใช้วิดีโอหรือแอนิเมชันช่วยอธิบาย 🔹 2. สอนหลัก “หมอบ-กำบัง-ยึดเกาะ” (Drop, Cover, and Hold On) 💡 ทำให้เป็นเกมหรือกิจกรรมสนุกๆ เช่น “หมอบ”: ให้เด็กลองหมอบลงกับพื้นเร็วๆ “กำบัง”: ให้คลานเข้าไปใต้โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์แข็งแรง “ยึดเกาะ”: จับขาโต๊ะหรือของแข็งไว้แน่นๆ 🔸 ถ้าอยู่กลางแจ้ง: บอกให้เด็กอยู่ห่างจากต้นไม้ เสาไฟ หรืออาคาร และหมอบลงกำบังหัว 🔸 ถ้าอยู่ในรถ: บอกให้เด็กคาดเข็มขัดนิรภัยและให้ผู้ใหญ่หยุดรถในที่ปลอดภัย 🔹 3. ฝึกซ้อมบ่อยๆ จำลองเหตุการณ์ เช่น มีเสียงเตือนภัยแล้วให้เด็กปฏิบัติตาม “หมอบ-กำบัง-ยึดเกาะ” แข่งขันกันว่าใครซ่อนตัวได้เร็วและปลอดภัยที่สุด 🔹 4. ทำ “กระเป๋าฉุกเฉิน” ร่วมกัน ให้เด็กช่วยเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน เช่น

สอนวิธีรับมือแผ่นดินไหว ให้เด็กๆ อย่างไรดี Read More »

ฝึกลูกยังไงให้สื่อสารความต้องการเก่งขึ้น?

communication

ทักษะการสื่อสารสามารถฝึกฝนได้ การฝึกลูกให้สื่อสารความต้องการเก่งขึ้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความเข้าใจในพัฒนาการของเด็ก โดยสามารถทำได้หลายวิธีที่ช่วยเสริมทักษะการสื่อสารให้กับลูก เช่น ฝึกการฟังและการตอบสนอง สอนลูกให้รู้จักการฟังและตอบสนอง โดยการให้ลูกมีส่วนร่วมในการสนทนา เช่น เมื่อพูดคุยกับลูกควรให้เวลาพูดและไม่รีบตอบแทนลูก เพื่อให้ลูกมีโอกาสฝึกการแสดงออกอย่างเต็มที่ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ใช้ภาษาที่เหมาะสมกับวัยของลูก โดยเลือกใช้คำที่ง่ายและตรงไปตรงมา เช่น ถามคำถามที่กระชับและชัดเจน เพื่อให้ลูกเข้าใจได้ง่าย สร้างสถานการณ์จำลอง สร้างสถานการณ์จำลองที่ลูกจะต้องใช้ทักษะการสื่อสาร เช่น การเล่นบทบาทสมมติ เช่น “หากลูกต้องการน้ำ ลูกจะพูดอย่างไร?” ซึ่งช่วยให้ลูกฝึกพูดออกมาอย่างมั่นใจ สนับสนุนการใช้คำพูดที่หลากหลาย สอนให้ลูกเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และใช้อย่างสม่ำเสมอในการสื่อสาร เช่น ถ้าลูกใช้คำว่า “หิว” ลองแนะนำให้ใช้คำว่า “อยากทานข้าว” หรือ “ท้องว่าง” เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการใช้ภาษา เป็นแบบอย่างที่ดี เด็กมักจะเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ดังนั้น การพูดคุยอย่างมีประสิทธิภาพและการแสดงออกทางคำพูดที่ดีจะช่วยให้ลูกเรียนรู้และใช้ทักษะนี้ได้เช่นกัน สร้างโอกาสในการพูดคุย ให้ลูกมีโอกาสพูดคุยกับคนอื่นๆ เช่น เพื่อนในโรงเรียน หรือครู เพื่อให้ลูกได้ฝึกการสื่อสารในสถานการณ์ที่หลากหลาย การฝึกให้ลูกสามารถสื่อสารความต้องการได้ดีขึ้น จะต้องมีการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้ลูกสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่องค่ะ สนใจเรียนวิชาการ ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 061-9542244 หรือ

ฝึกลูกยังไงให้สื่อสารความต้องการเก่งขึ้น? Read More »

เด็กไม่ทำการบ้าน พ่อแม่ควรทำอย่างไรดี?

homework

ถ้าเด็กไม่ยอมทำการบ้าน นี่คือแนวทางที่อาจช่วยได้ หาสาเหตุที่แท้จริง: ลองพูดคุยกับเด็กเพื่อหาว่าทำไมถึงไม่ยอมทำการบ้าน บางครั้งอาจจะเป็นเพราะไม่เข้าใจบทเรียน หรือรู้สึกเครียดจากการทำการบ้านมากเกินไป สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี: พยายามจัดให้มีมุมการเรียนที่เงียบสงบและไม่มีสิ่งรบกวน ช่วยให้เด็กมีสมาธิในการทำการบ้าน แบ่งเวลาให้เหมาะสม: แนะนำให้เด็กแบ่งเวลาอย่างมีระเบียบ เช่น การทำการบ้าน 30 นาที แล้วพัก 5-10 นาที เพื่อไม่ให้รู้สึกเบื่อหน่าย ให้กำลังใจ: ส่งเสริมให้เด็กทำการบ้านด้วยการชมเชยเมื่อทำสำเร็จ หรือให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เพื่อกระตุ้นให้รู้สึกดีที่ทำสำเร็จ ให้ความช่วยเหลือ: ถ้าเด็กไม่เข้าใจการบ้าน ลองให้ความช่วยเหลือ หรือแนะนำแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่สามารถช่วยให้เด็กเข้าใจได้ดีขึ้น สร้างความสัมพันธ์ที่ดี: การสื่อสารที่ดีระหว่างผู้ปกครองและเด็กเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าพูดคุยได้ดี เด็กจะเปิดใจมากขึ้น คุณคิดว่าปัญหาหลักที่ทำให้เด็กไม่ทำการบ้านคืออะไร? มาแชร์กันได้นะคะ ^^ สนใจเรียนวิชาการ ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 061-9542244 หรือ 089-6792835 Line : @thailandcoursehub  Class at home in Bangkok บทความที่น่าสนใจ ลูกโดนครูดุจนขาดความมั่นใจ พ่อแม่ควรทำอย่างไรดี? ลูกโดนครูดุจนขาดความมั่นใจ

เด็กไม่ทำการบ้าน พ่อแม่ควรทำอย่างไรดี? Read More »

ลูกโดนครูดุจนขาดความมั่นใจ พ่อแม่ควรทำอย่างไรดี?

build up confident

เสริมความมั่นใจให้เด็กๆ การที่เด็กโดนครูดุจนทำให้ขาดความมั่นใจนั้นเป็นเรื่องที่พ่อแม่สามารถช่วยให้เด็กกลับมามีความมั่นใจได้ โดยอาจลองทำตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ รับฟังและเข้าใจความรู้สึกของเด็ก: พ่อแม่ควรเริ่มต้นด้วยการรับฟังเด็กและให้เขาได้แสดงความรู้สึกออกมา โดยไม่ตัดสินหรือขัดจังหวะ เด็กจะรู้สึกได้ว่าเขามีคนที่เข้าใจและรับฟังเขา พูดคุยเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น: พ่อแม่สามารถพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมครูถึงดุ และทำให้เด็กเข้าใจว่าบางครั้งการดุอาจเป็นเพราะความคาดหวังจากครู แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กไม่เก่งหรือไม่ดี เสริมสร้างความมั่นใจ: พ่อแม่ควรให้คำชมและเสริมสร้างความมั่นใจให้เด็ก เช่น บอกเขาว่าเขามีความสามารถในหลายๆ ด้าน และให้เขารู้ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบและทุกคนสามารถพัฒนาได้ ร่วมแก้ไขปัญหา: ถ้าการดุนั้นมาจากความเข้าใจผิดหรือจากการกระทำของเด็กเอง พ่อแม่สามารถช่วยเด็กในการเรียนรู้วิธีแก้ไขพฤติกรรมเพื่อให้เขาสามารถทำได้ดีขึ้นในอนาคต สนับสนุนในกิจกรรมที่เด็กชอบ: ส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมที่เขาชอบหรือมีความสามารถ เพื่อช่วยให้เด็กได้แสดงออกในด้านที่เขามีความมั่นใจ พูดคุยกับครูหากจำเป็น: หากเหตุการณ์นั้นส่งผลกระทบต่อเด็กมาก พ่อแม่สามารถพูดคุยกับครูเพื่อหาทางแก้ไขหรือทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงการตั้งข้อเสนอแนะในการช่วยพัฒนาเด็กในทางที่ดีขึ้น การที่เด็กได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่และได้รับคำแนะนำที่ดีจะช่วยให้เด็กกลับมามีความมั่นใจ และเรียนรู้จากเหตุการณ์นั้นได้ค่ะ สนใจเรียนวิชาการ ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 061-9542244 หรือ 089-6792835 Line : @thailandcoursehub  Class at home in Bangkok บทความที่น่าสนใจ ประโยชน์ของ AI ที่ช่วยเรื่องการเรียนรู้ของเด็กๆ ประโยชน์ของ AI ที่ช่วยเรื่องการเรียนรู้ของเด็กๆ admin •

ลูกโดนครูดุจนขาดความมั่นใจ พ่อแม่ควรทำอย่างไรดี? Read More »