เรียนพิเศษออนไลน์

TCH ชวนคิด! เมื่อการสอบเข้ามหาลัย ไม่ใช่การตัดสินชีวิต

university-entrance-exam

เพราะวัฒนธรรมที่ถูกปลูกฝัง ทำให้เด็กเครียดเกินควร!? เมื่อเด็กๆ เข้าสู่ช่วงการศึกษาระดับ ม.ปลาย ก็จะเริ่มต้องตั้งคำถามกับตัวเอง และถูกคำถามจากคนรอบข้างถาโถมเข้ามา ว่า… “อยากเข้าคณะไหน” จริงๆ อาจเรียกได้ว่า ยุคนี้ต้องเริ่มคิดตั้งแต่ก่อนเข้าม.ปลายด้วยซ้ำ เพราะต้องเลือกสายการเรียน เพื่อให้เหมาะสมกับคณะที่ต้องการสอบเข้า ซึ่งทุกช่วงจุดเปลี่ยนนี้ มักทำให้เด็กๆ เครียดและกดดันอย่างมาก ซึ่งเหตุผลลึกๆ แล้ว อาจไม่ได้เครียดกับการเปลี่ยนแปลง แต่เครียดเพราะถูกบังคับให้ต้องตัดสินใจว่า เราจะเลือกดำเนินชีวิตทางไหน หลังจากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสอบ การเรียน แต่หมายถึงองค์ความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ตลอดชีวิต แต่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นตัวตัดสินชีวิตขนาดนั้นจริงหรือ? จำเป็นต้องเครียดและกดดันขนาดนั้นหรือไม่? ในยุคปัจจุบัน มีวิชามากมาย ที่ผุดขึ้นมาบนโลกใบนี้ และถือเป็นยุคแห่งการมีความรู้ที่หลากหลาย ไม่ใช่เพียงศาสตร์เดียว ถึงจะสามารถอยู่รอดได้อย่างผู้นำ และเราจะเห็นได้ว่าหลายๆ ครั้ง ผู้ที่จบสาขาใดสาขาหนึ่งจากมหาวิทยาลัยมา ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะทำงานตรงสายเสมอไป คนที่ทำงานไม่ตรงสาย อาจมีเยอะกว่าด้วยซ้ำในยุคนี้ และนั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ทำให้คนเหล่านั้นไม่ประสบความสำเร็จอีกด้วย แต่คนเหล่านั้น ก็มิได้ทิ้งสิ่งที่เรียนรู้มาจากมหาลัยแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นแล้ว การเข้ามหาวิทยาลัย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เท่านั้น มนุษย์เราจำเป็นต้องอัพเดตวิชาชีพ และองค์ความรู้ไปตลอด ให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปนั่นเอง ถึงตรงนี้แล้วจึงอยากชวนทุกท่านลองคิดว่า บางที การเข้ามหาวิทยาลัย อาจไม่จำเป็นต้องกดดันมากเท่ากับที่เคยเป็นมา เพราะนั่นเป็นเพียงเช็คพอยต์หนึ่งในชีวิตเท่านั้น …

TCH ชวนคิด! เมื่อการสอบเข้ามหาลัย ไม่ใช่การตัดสินชีวิต Read More »

TCH ชวนคิด! สอนเด็กด้วยวิธีการสอนแบบเรา หรือควรสอนตามวิธีที่เด็กเรียน?

teaching method

สอนแบบไหนดี ที่จะได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ทุกวันนี้การเรียนการสอนมักจะเป็นแบบแผน ตามที่โรงเรียน หรือคุณครูกำหนดขึ้น ซึ่งหลายๆ ครั้ง ทางโรงเรียนก็จะจัดการสอนที่ได้มาตรฐาน และมีเนื้อหาที่เข้มข้น ครบถ้วน ซึ่งทำให้เด็กๆ ได้รับข้อมูลจำนวนมากนั่นเอง แต่ก็มักจะเกิดปัญหาขึ้นบ่อยๆ ว่า เด็กๆ ไม่เข้าใจในตัวบทเรียนเลย และต้องหาทางทำความเข้าใจเรื่องนั้นๆ หลายช่องทาง ทั้งๆ ที่จริงๆ ควรจะเรียนแล้วสามารถเข้าใจได้เลย ว่าแต่อะไรคือปัญหา? เพราะบทเรียนที่ดีนั้น อาจต้องถูกถ่ายทอดผ่านภาษาที่เด็กๆ เข้าใจ หรือการเรียนรู้ที่เหมาะกับช่วงวัย จะช่วยให้เนื้อหาสามารถเข้าหัว และจดจำได้ง่ายขึ้น เช่น ผู้ใหญ่อาจเคยชินกับการอ่านหนังสือยาวๆ และใช้สมาธิ แต่เด็กๆ อาจมีสมาธิต่อเนื่องที่สั้นกว่า จึงต้องย่นบทเรียน และสอดแทรกด้วยกิจกรรมที่ได้ปฏิบัติจริง เพื่อความเข้าใจ หากเราลองใส่ใจการรับรู้ของสมองของเด็กๆ แต่ละช่วงวัย จะพบวิธีที่เหมาะสมที่พวกเขาจะเข้าใจหรือเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ได้ เพียงเรานำเนื้อหา ไปนำเสนอ ด้วยวิธีที่สอดคล้องกันนี้ ก็จะช่วยให้พวกเขาเข้าใจได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น หากเด็กๆ ต้องท่องศัพท์จำนวนมาก ในเวลาอันสั้น การให้ท่องจำเฉยๆ อาจไม่เหมาะสม แต่เราอาจใช้กลวิธีในการนำคำศัพท์เหล่านั้นมาแปลงเป็นเพลง เพื่อหลอกสมองให้สามารถจดจำข้อมูลทั้งหมด ผ่านเพลง 1 เพลงได้นั่นเอง …

TCH ชวนคิด! สอนเด็กด้วยวิธีการสอนแบบเรา หรือควรสอนตามวิธีที่เด็กเรียน? Read More »

เรียนออนไลน์จะรู้เรื่องไหม?

online tuition

การเลี้ยงลูกของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ หลายๆ ครั้งที่เราไม่มีเวลาพาเด็กๆ ออกไปเรียนที่สถาบันข้างนอกบ้าน แต่อยากให้พวกเขาได้เรียนเสริมเพื่อให้พัฒนาตามคนอื่นได้ทัน การเรียนออนไลน์ จึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผู้ปกครองให้ความสนใจ แต่เรื่องน่ากังวลก็ยังคงมี เช่น.. ลูกไม่มีสมาธิเรียนออนไลน์ เมื่อต้องเรียนออนไลน์ ภาระงานตกมาอยู่ที่พ่อแม่ พ่อแม่ไม่มีเวลาว่างพาน้องเรียน อยากหาคนมาช่วยพาน้องเรียนออนไลน์ ต้องเฝ้าประกบน้องเรียนออนไลน์ตลอด คุณแม่ยุ่งมากทั้งวันไม่ได้ทำงานเลย น้องไม่ตั้งใจเรียน ทำการบ้านเองไม่ได้ ตั้งแต่เริ่มเรียนออนไลน์ Thailand Course Hub จึงจัดคุณครูที่พร้อมช่วยประกบเด็กๆ เรียนออนไลน์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้ผู้ปกครองได้มั่นใจว่า การเรียนออนไลน์ของน้องๆ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสมาธิ และมั่นใจได้ว่าน้องจะเข้าใจเนื้อหาบทเรียน งานทุกชิ้นในคลาสเรียนเสร็จสมบูรณ์ตามที่ได้รับมอบหมาย รับทราบจุดเด่น และจุดสำคัญที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมจากการรายงานผลอย่างใกล้ชิด หมดปัญหาเด็กๆ ไม่มีสมาธิ เรียนไม่รู้เรื่อง ได้พัฒนาการตามทันเพื่อนๆ แถมยังไม่รบกวนเวลางานของคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย สนใจเรียนวิชาการ ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 061-9542244 หรือ 089-6792835 Line : @thailandcoursehub  Class at home in Bangkok …

เรียนออนไลน์จะรู้เรื่องไหม? Read More »

เด็กๆ แค่ซน หรือเป็นโรคสมาธิสั้น

ADHD

เด็กซน หรือสมาธิสั้น เมื่อเด็กๆ ตื่นตัวตลอดเวลา และมักจะทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีพลังเสมอ แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ ต้องรู้สึกชื่นใจและรู้สึกว่า เด็กๆ แข็งแรง มีพลัง อาจเป็นเรื่องที่ดี และไม่น่าเป็นห่วง แต่บางครั้ง การตื่นตัวก็พ่วงมาด้วยความ “ซน” ซึ่งเด็กๆ กับความซน ก็ถือเป็นเรื่องปกติ ที่พ่อแม่เตรียมใจรับไว้อยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อเด็กๆ เริ่มที่จะเกินการควบคุม พูดอะไรไม่รับฟังเลย อันนี้ยังถือว่าเป็นการซนธรรมดาหรือไม่ หรือเข้าข่ายโรคสมาธิสั้น บทความนี้ มีข้อสังเกตที่ถ้าหากเด็กๆ มีอาการเหล่านี้ อาจไม่ใช่แค่ความซนทั่วไป แต่เป็นเสี่ยงโรคสมาธิสั้นได้ค่ะ ไม่สามารถรอได้ หากเด็กๆ มีพฤติกรรม ไม่สามารถรออะไรได้เลย หรือไม่สามารถทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งจนจบได้ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำนิดนึงเปลี่ยน อันนี้อาจถือว่ามีความเสี่ยงได้ค่ะ ไม่มีสมาธิจนฟังคำสอนไม่รู้เรื่อง เด็กๆ จะมีพฤติกรรม ที่ไม่สามารถตั้งใจฟังคำสอนของพ่อแม่ได้ จนทำให้ไม่รู้เรื่องและไม่เข้าหัว สอนอะไรพวกเขาไม่สำเร็จ ใจลอย ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เด็กๆ จะมีพฤติกรรม ไม่สนใจกับสิ่งที่ตนเองไม่อยากทำเลย หากถูกสั่งให้ทำอะไรที่ไม่ชอบ ก็จะใจลอย ไม่มีสมาธิไม่โฟกัสเลย แสดงอารมณ์ก้าวร้าว เมื่อเด็กๆ ถูกขัดใจ …

เด็กๆ แค่ซน หรือเป็นโรคสมาธิสั้น Read More »

เด็กๆ เริ่มออกกำลังกายได้ตอนอายุเท่าไร?

exercise for kids

มาเลือกกีฬาที่เหมาะสมกับอายุเด็กๆ กันค่ะ หากลูกอายุยังน้อย แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้เด็กๆ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ควรทำอย่างไรดี? เพราะหากเป็นผู้ใหญ่ คำตอบอาจจะเป็นการออกกำลังกาย การกินอาหารคลีน แต่เด็กๆ จะเหมาะกับวิธีเดียวกันนี้หรือไม่? เพราะการออกกำลังกาย ค่อนข้างเป็นกิจกรรมที่หนัก และต้องใช้พละกำลังอย่างมาก ทั้งยังเสี่ยงอันตรายหากเล่นผิดวิธี บทความนี้จึงอยากเสนอการบริหารร่างกายเพื่อสุขภาพ ให้เหมาะสมกับวัยเด็ก ที่กล้ามเนื้อยังเปราะบางอยู่นั่นเองค่ะ จากบทความของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชกล่าวไว้ว่า แท้จริงแล้ว คนทุกเพศทุกวัย สามารถออกกำลังกายได้ทั้งสิ้น ซึ่งถือเป็นผลดีต่อร่างกายอย่างแน่นอน แต่ต้องดูความเหมาะสม ความหนัก วิธีการ ในการออกกำลังกายให้สมกับวัยด้วย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ และผลกระทบด้านลบ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปีนั้น ไม่ควรออกกำลังกายแบบหนัก หรือใช้เครื่องมือใดๆทั้งสิ้น ซึ่งการออกกำลังกายที่เมาะที่สุดสำหรับวัยนี้คือการ “วิ่ง” เพราะการสั่งงานทางระบบประสาทและการประสานงานของกล้ามเนื้อมีน้อย จึงควรให้เล่นกีฬาประเภทง่ายๆ หรือเบาๆ นั่นเองค่ะ นอกจากการวิ่งแล้ว เด็กๆ ยังสามารถเล่นปีน ไต่ ได้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์มากนัก เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และกีฬาที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด คือกีฬาใดๆที่ต้องใช้ “ความอดทน” ในการเล่นค่ะ เมื่อเด็กๆ เติบโตไปจนถึงอายุ 17-20 จะถือว่าเป็นช่วงที่สามารถเล่นกีฬาได้แทบจะครอบคลุมทุกชนิดแล้ว …

เด็กๆ เริ่มออกกำลังกายได้ตอนอายุเท่าไร? Read More »

การเปิดใจ หนึ่งในสกิลที่เด็กๆ ควรมี

open minded

การเปิดใจ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ควรมีทักษะนี้ การเปิดใจ คือหนึ่งใน Soft Skill ที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนาตัวเอง ซึ่งหลายๆ ครั้ง คนที่ขาดสกิลนี้ จะไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้อย่างกว้างขวางมากนัก จึงเรียกได้ว่า หากฝึกการเปิดใจไว้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็อาจพัฒนาตัวเองได้ไกลกว่าคนอื่นๆ นั่นเองค่ะ เพราะการเปิดใจ สามารถทำให้เรามีทัศนคติที่เปิดกว้าง ยอมรับสิ่งต่างๆ ที่หลากหลายได้ และเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกๆ วัน เปิดรับความรู้ใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ และไม่ปิดกั้นตั้งแต่แรกเริ่ม โดยการฝึกทักษะเปิดใจ สามารถทำได้ดังนี้ ฝึกการรับฟัง การรับฟังเป็นหนึ่งในสกิลที่ทำให้พัฒนาไปสู่การเปิดใจได้ การรับฟังทำให้เราได้รับข้อมูลความรู้ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ได้ฟังมุมมองใหม่ๆ จากคนใหม่ๆ เพิ่มการเรียนรู้ให้กว้างขึ้น ฝึกไม่ตัดสิน การตัดสินอย่างรวดเร็วว่า สิ่งที่เราได้รับฟังมา ดีหรือร้าย ทำให้เราพลาดโอกาสที่จะมองเห็นความสำคัญบางอย่างในบางเรื่อง เพราะฉะนั้น การไม่ตัดสิน และตั้งใจฟังก่อน จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาการเปิดใจได้ดียิ่งขึ้นค่ะ ไม่กลัวที่จะแตกต่าง ความกลัวคือหนึ่งในอุปสรรคที่จะทำให้ปิดกั้นการเรียนรู้ หากเราเข้าใจถึงความแตกต่างและไม่กลัว ก็จะสามารถก้าวสู่โลกที่กว้างขึ้น เปิดใจยิ่งขึ้น เติบโตได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ การเปิดใจยังสามารถฝึกได้จากบทเรียนเล็กๆ ในชีวิตอีกมาก ทั้งความใจเย็น ความเข้าอกเข้าใจ สิ่งนี้สามารถทำให้เราพัฒนาตัวเอง เรียนรู้ได้กว้างขึ้น และยังสามารถเป็นที่รักและนับถือของคนรอบข้างได้อีกด้วยนั่นเอง …

การเปิดใจ หนึ่งในสกิลที่เด็กๆ ควรมี Read More »

ภาษาที่ 3 อัพเงินเดือนสูง อนาคตไกล!

language

เมื่อการพูดภาษาที่ 2 ไม่เพียงพออีกต่อไป ทุกวันนี้ ภาษาบ้านเกิด หรือภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลางที่ใช้สื่อสารทั่วโลก อาจไม่เพียงพอ! เพราะในปัจจุบัน มีธุรกิจ และบริษัท จากหลากหลายประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมในประเทศไทย หรือเมื่อเรามีโอกาสได้ไปทำงานในที่ที่มีภาษาเฉพาะพื้นเมืองนั่นเองค่ะ การที่เรารู้ภาษาที่ 3 หรืออาจมากกว่านั้น ก็จะช่วยให้เราได้เปรียบทางด้านการสื่อสาร และมีโอกาสมากกว่าที่จะได้รับเลือกเข้าทำงาน ซึ่งในบทความนี้ จะมานำเสนอภาษาน่าเรียน ที่ในยุคปัจจุบันกำลังเป็นที่ต้องการในบริษัทชั้นนำต่างๆ และยังสามารถนำไปอัพเงินเดือนได้อีกด้วย หากเรียนไว้ตั้งแต่เด็ก ก็จะยิ่งได้เปรียบ ซึ่งมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันค่ะ ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่นิยมเรียนกันเป็นอย่างมาก เพราะประเทศญี่ปุ่นมีธุรกิจมากมายที่เข้ามาเปิดในไทย ทั้งด้านยานยนต์ อาหาร และอื่นๆ ซึ่งชาวญี่ปุ่น มักไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษในการเจรจา การที่เรารู้ภาษาญี่ปุ่น ก็จะช่วยให้เราสามารถสมัครงานในบริษัทเหล่านี้ได้นั่นเองค่ะ ภาษาจีนเป็นภาษาที่กำลังฮอตฮิตมากในปัจจุบัน เพราะประเทศจีนมีอัตราการเข้ามาสู่ไทยเยอะมาก ทั้งการค้าขาย บริษัทต่างๆ ทัวร์ หรือกระทั่งอสังหาก็ตาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก และกำลังทรัพย์เยอะ หากใครที่เรียนรู้ภาษาจีนไว้อย่างเชี่ยวชาญ ก็จะสามารถเปิดโอกาสมากมายให้ตัวเองนั่นเองค่ะ ภาษาฝรั่งเศสเป็นอีกหนึ่งภาษาที่มองข้ามไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะสายดีไซน์ และแฟชั่น รวมถึงน้ำหอมเครื่องสำอางค์ต่างๆ ภาษาฝรั่งเศสยังเป็นภาษาราชการของหลายๆประเทศอีกด้วย ซึ่งผู้ที่นิยมใช้ฝรั่งเศส ก็มักไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษมากนัก …

ภาษาที่ 3 อัพเงินเดือนสูง อนาคตไกล! Read More »

พาลูกไปสนามเด็กเล่น มีประโยชน์มากกว่าที่คิด!

playground

กิจกรรมสำหรับครอบครัวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นอกจากจะเป็นการพาลูกออกมาเปิดหูเปิดตาแล้ว ยังมีอีกหลากหลายประโยชน์ ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ ควรพาลูกๆ ออกมาสนามเด็กเล่น ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น บทความนี้มีคำตอบค่ะ ร่างกายแข็งแรง ข้อแรกเป็นประโยชน์ที่ทุกคนทราบกันดี ว่าการไปสนามเด็กเล่น จะมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆตั้งอยู่ ให้พวกเขาได้ปีนป่าย และใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆกัน ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายที่ดีมากๆ นั่นเองค่ะ เสริมพัฒนาการสมอง นอกจากจะร่างกายแข็งแรงแล้ว เด็กๆจะได้สัมผัสกับพื้นผิวต่างๆ เช่น ทราย ดิน พื้นยาง เป็นต้น ซึ่งจุดนี้จะช่วยให้เด็กๆมีพัฒนาการด้านการนึกคิด การพิจารณา การวิเคราะห์ความปลอดภัยไปในตัว ถือเป็นทักษะชีวิตอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ พัฒนาการทางอารมณ์ การที่เด็กๆได้ใช้เวลาอยู่กับเครื่องเล่นตรงหน้า จะเสริมสร้างสมาธิ ช่วยให้เด็กๆมีความนิ่งทางความคิด ความจำมากขึ้น เสริมทักษะทางสังคม เมื่อไปถึงสนามเด็กเล่น ยากมากที่จะมีเราเพียงคนเดียว เพราะเป็นแหล่งรวมการพบปะ หรือการเล่นร่วมกันระหว่างเด็กๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นั่นจะทำให้เขาได้หัดพูดคุย และสร้างมิตรภาพนั่นเอง สนใจเรียนวิชาการ ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 061-9542244 หรือ 089-6792835 Line : @thailandcoursehub  Class at home …

พาลูกไปสนามเด็กเล่น มีประโยชน์มากกว่าที่คิด! Read More »

ชวนรู้จัก Crybaby character ชื่อดังจากศิลปินไทย

crybaby thai artist

Crybaby คาแรคเตอร์จากศิลปินไทย ที่โด่งดังในระดับสากล หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “Crybaby” มาก่อนแล้ว ซึ่งเป็นตัวละครที่ถูกสร้างสรรค์โดย มด-นิสา ศรีคำดี หรือ มอลลี่ ศิลปินเจ้าของคาแรกเตอร์ชื่อดัง คุณมอลลี่ มีความหลงใหลในการปั้น ประดิษฐ์ จนทำให้ Crybaby กลายมาเป็น อาร์ตทอย ที่ถูกส่งขายไปในหลายๆ ที่ทั่วโลก เพราะมีความเป็นเอกลักษณ์อย่างสูง เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ตอนแรกเริ่ม ไม่ได้คิดว่ามันจะกลายเป็นอาชีพในปัจจุบัน แต่ทำเพราะรู้สึกว่าเป็นความฝันและความชอบแต่วัยเด็กที่จะทำของเล่นขึ้นมาเอง” Crybaby มาจากความเชื่อของศิลปินที่คิดว่า น้ำตาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากสาเหตุบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ “น้ำตาเหมือนเป็นสิ่งที่ต้องกลั่นกรองผ่านความรู้สึกที่บางครั้งเราไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ มันอาจไม่ใช่แค่ความทุกข์ ความเสียใจแต่บางครั้งมันอาจเป็นความท่วมท้นในใจหรือตื้นตันจนน้ำตาเราไหลออกมา” เธอสามารถทำให้ความคิด และความฝันของเธอ กลายเป็นชิ้นงานที่มีชื่อเสียง และสามารถสร้างรายได้ให้กับเธอได้ ถือเป็นตัวอย่างศิลปินที่ประสบความสำเร็จได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆ ค่ะ ศิลปะเป็นหนึ่งในอาชีพที่ไม่ควรมองข้าม หากรู้สึกรักในศิลปะจริงๆ ก็ต้องลองตามความฝันกันดูซักครั้งค่ะ! สนใจเรียนวิชาการ ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 061-9542244 หรือ 089-6792835 Line : @thailandcoursehub  Class at home …

ชวนรู้จัก Crybaby character ชื่อดังจากศิลปินไทย Read More »

ทำไงดี อยากสอบได้คะแนนดีแต่เวลาน้อย?

เรียนพิเศษ เตรียมสอบ

แชร์ทริคดีๆ เตรียมตัวก่อนการสอบ หลายๆ ครั้งที่เมื่อถึงช่วงใกล้สอบ แต่เรายังไม่ทันได้เตรียมตัวให้พร้อมเท่าที่ควร ทำอย่างไรดีถ้าอยากได้คะแนนดี แต่เวลาที่เหลือนั้นกระชั้นชิดเหลือเกิน บทความนี้จะมาแชร์ทริคในการเอาตัวรอดกันค่ะ! 1) การอ่านแบบ “สแกน” ปกติการอ่านหนังสือ หากต้องการเก็บรายละเอียดให้ครบ มักใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะต้องจดจำรายละเอียดต่างๆ เยอะ แต่หากเวลาเหลือน้อย เราจะต้องใช้วิธีการ “สแกน” แทนค่ะ ก็คือเน้นที่หัวข้อสำคัญ อ่านตัวหัวข้อใหญ่และย่อย ไม่ต้องเจาะลึกรายละเอียดในพารากราฟมากนัก เน้นเข้าใจภาพรวม 2) ทำข้อสอบเก่า ข้อสอบเก่าล้วนเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีของการสอบ เพราะมักจะมีแนวข้อสอบดีๆ ที่มักจะนำมาออกสอบทุกปีอยู่ในนั้น แนะนำว่า ยิ่งเวลาเหลือน้อยเท่าไร การนำข้อสอบเก่ามาทำถือว่าเป็นทางลัดที่ได้ผลดีจริงๆ ค่ะ 3) ถามตอบกับเพื่อนร่วมชั้น การได้นั่งถามตอบ จำลองการตอบคำถามจริงเมื่อไม่มีข้อมูลในมือ เป็นการช่วยทบทวน และเตือนความจำ และเช็กว่ามีจุดไหนที่เรายังจำไม่ได้ หรือพลาดไปนั่นเองค่ะ 4) อ่านสรุป ตามที่เราขีดเส้นไว้ ถ้าเราเคยเข้าเรียนวิชาเหล่านี้แล้ว เชื่อว่าตัวชีท เอกสารการเรียน จะมีการเน้นบางส่วนที่คุณครูมักจะพูดถึงเอาไว้ เราสามารถย้อนอ่านในส่วนนั้นเพิ่มเติม เพื่อเน้นการจดจำในส่วนที่สำคัญจริงๆ อีกครั้งค่ะ 5) ดู youtube สรุป …

ทำไงดี อยากสอบได้คะแนนดีแต่เวลาน้อย? Read More »